วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

@โมเดลไต้หวัน@


@โมเดลไต้หวัน@
>> ในปี พ.ศ. 2492 ประชากรไต้หวันที่เป็นชาวพุทธจริงๆ รู้จักศีล 5 รู้จักเจ้าชายสิทธัตถะ มีเพียงราว 1% ที่เหลือนับถือลัทธิเต๋า ไหว้เจ้า นับถือลัทธิขงจื้อ นับถือศาสนาอื่นๆบ้าง

>> ประธานาธิบดีเจียงไคเช็ก และลูกชายคือประธานาธิบดีเจียงจิงกัวเป็นคริสต์ ปกครองประเทศแบบเผด็จการต่อเนื่องกันเกือบ 40 ปี
>> ในยุคนั้น การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องน่าอาย ต้องปกปิดไม่ให้ใครรู้ ถ้าเป็นข้าราชการ ตำแหน่งจะไม่ก้าวหน้า
>> แต่ปัจจุบันประชากรไต้หวันเป็นชาวพุทธถึง 80% การเป็นชาวพุทธเป็นเรื่องมีเกียรติ แม้ระดับผู้นำประเทศอย่างอดีตประธานาธิบดีเฉินสุยเปี่ยน เมื่อมีข้อครหาเรื่องทุจริต ก็ยังต้องพยายามฟื้นคะแนนนิยม โดยการเข้าวัดไปกราบพระมหาเถระที่มีชื่อเสียง พานักข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ไปด้วยมากมาย เพื่อถ่ายทอดข่าวให้ประชาชนเห็นว่า มากราบพระผู้ใหญ่เพื่อขอโทษในความผิดแล้ว ประชาชนจะได้ให้อภัย

__น่าทึ่งว่า ไต้หวันทำได้อย่างไร**
@สี่วัดใหญ่ในไต้หวัน@
ในไต้หวันมีวัดใหญ่ 4 วัด ซึ่งเอ่ยชื่อแล้ว คนรู้จักกันทั้งไต้หวัน คือ
1. วัดฝอกวงซาน__เด่นเรื่องการเผยแผ่ มีสาขาอยู่ทั่วโลกกว่า 300 แห่ง
2. วัดฝากู่ซาน___เด่นเรื่องการศึกษา มีมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่มีคุณภาพมากที่สุด
3. วัดจงถายฉานซื่อ___เด่นเรื่องการทำสมาธิ มีนักศึกษาและประชาชนมาปฏิบัติธรรมมากมาย
4. วัดฉื่อจี้___เด่นเรื่องสังคมสงเคราะห์ มีอาสาสมัครช่วยงานสังคมสงเคราะห์หลาย
ล้านคน
>> วัดใหญ่ทั้ง 4นี้ มีความโดดเด่นคนละด้าน แต่เขาไม่โจมตีกัน แม้จะมีทัศนะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไม่เหมือนกัน แต่เขาจะไม่วิพากษ์วิจารณ์กล่าวร้ายต่อวัดอื่นเลย แต่ละวัดก็ตั้งใจทำงานตามที่ตนถนัดและเห็นว่าเป็นประโยชน์
>> ธรรมชาติของมนุษย์มีจริตอัธยาศัยต่างกัน ใครชอบวัดไหนก็ไปวัดนั้น ผลลัพธ์คือ ประชาชนเห็นว่าพระพุทธศาสนามีผลงานมากมายหลากหลายด้าน ภาพลักษณ์พุทธดี คนจึงเข้าวัดมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 1% กลายเป็น 80% ในปัจจุบันแต่ละวัด ไม่ว่าวัดใหญ่วัดเล็กทั่วประเทศก็ล้วนมีคนเข้าวัดมากขึ้นทั้งยังมีวัดใหม่ๆ ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

พุทธในไต้หวันเจริญเพราะทำตามพุทธโอวาทที่ว่า
“ สุขา สังฆัสสะ สามัคคี
ความสามัคคีของหมู่สงฆ์ ทำให้เกิดสุข”
ลองสมมุติในทางกลับกันว่า ถ้าลูกศิษย์วัดใหญ่ที่มีชื่อเสียงเหล่านี้เอาแต่โจมตีวัดอื่นว่าไม่ดี แต่วัดตนนั้นดีที่สุด ป่านนี้พระพุทธศาสนาคงสูญจากไต้หวันไปแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้ทุกคนคิดเหมือนกัน แต่แม้คิดต่าง เราก็ควรอยู่ร่วมกันได้ด้วยความสงบสุข แล้วช่วยกันสร้างความเจริญก้าวหน้าแก่พระพุทธศาสนา และนำศีลธรรมความสงบร่มเย็นมาสู่สังคม

@ลองเปรียบเทียบทางโลกดู@
ขนาดรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักของประเทศ เขียนด้วยภาษากฎหมาย พยายามใช้ถ้อยคำให้ชัดเจนรัดกุมที่สุด คนยังเข้าใจไม่ตรงกันเลย แม้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง การวินิจฉัยคดีแต่ละคดี มติก็มักจะออกมาเป็น 6 : 3 บ้าง 7 : 2 บ้าง 5 : 4 บ้าง น้อยมากที่จะออกมา 9 : 0
ถ้าตุลาการเสียงข้างมาก ออกมาโจมตีตุลาการเสียงข้างน้อย ว่าตีความรัฐธรรมนูญผิด ทำรัฐธรรมนูญให้วิปริต ทำให้ประเทศชาติเสียหาย ต้องกำจัดให้หมดไป ต่างฝ่ายต่างปลุกระดมโจมตีกันบ้านเมืองก็คงแตกแยกวุ่นวาย การกระทำนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญของประเทศเลย มีแต่นำความเสื่อม ความวุ่นวายแตกแยกมาสู่ชาติบ้านเมือง

มีนักปรัชญากล่าวไว้ว่า ข้อความเดียวกัน เมื่อตีความตามความคิด จะไม่มีใครเลยที่ตีความเข้าใจเหมือนกันหมด จะต้องมีบางแง่มุมในรายละเอียดที่เข้าใจต่างกัน คนร้อยคนก็จะมีความเข้าใจร้อยแบบ
คนเราจะเข้าใจตรงกันได้ก็ต่อเมื่อก้าวข้ามพ้นความเข้าใจด้วยความคิดหรือ อารมณ์ ความรู้สึกของตนขึ้นไปสู่ระดับความรู้แจ้งด้วยภาวนามยปัญญา เหมือนดังพระอรหันต์ทั้งหลายที่ผ่านสภาวะนั้น และเข้าใจธรรมะได้ตรงกัน

ดังนั้นขอให้รักษาคำสอนในพระไตรปิฎกไว้ให้ดีที่สุด เป็นแม่บทที่รวมของพระธรรมวินัย แม้ในเบื้องต้นอาจมีความเห็นในบางแง่มุมต่างกันบ้าง ก็อย่าทะเลาะวิวาทโจมตีกัน แต่ให้ตั้งใจประพฤติปฏิบัติธรรมไปให้เต็มที่ เมื่อบรรลุธรรมเข้าถึงด้วยตนเองแล้วเราก็จะเข้าใจตรงกัน
บำเพ็ญประโยชน์ตน __ด้วยการตั้งใจปฏิบัติธรรม
บำเพ็ญประโยชน์ท่าน __ด้วยการเผยแผ่พระพุทธศาสนาเต็มที่
เมื่อบำเพ็ญประโยชน์ทั้งสอง__ ด้วยความไม่ประมาท

**ตัวเราก็ย่อมมีความสุขความเจริญ
พระพุทธศาสนาก็เจริญรุ่งเรือง
สังคมก็สงบร่มเย็น**

24 ความคิดเห็น:

  1. สาธุๆๆ เห็นด้วยค่ะ

    ตอบลบ
  2. สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

    ตอบลบ
  3. ดีมากๆ อ่านแล้วปลื้มใจ.....

    ตอบลบ
  4. อนุโมทนาสาธุค่ะ

    ตอบลบ
  5. อนุโมทนาสาธุค่ะ

    ตอบลบ
  6. คนมีปัญญาเขาถือเอาแต่สารธรรมคือ ศีล สมาธิ ปัญญา เข้าถึงแล้ว (ซึ่งสารธรรม) แห่งสุตะและปัญญา เท่านั้นเป็นคำที่ถูกต้อง ตาม
    ความประสงค์ เอาวิมุตติคือความหลุดพ้นเป็นสาระ มีนิพพานเป็นที่สุด จะยึดพยัญชนะอย่างเดียวได้อย่างไรล่ะ

    ตอบลบ
  7. สาธุๆๆค่ะ อ่่านแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง

    ตอบลบ
  8. สาธุๆๆค่ะ อ่่านแล้วเห็นด้วยอย่างยิ่ง

    ตอบลบ
  9. สาธุๆๆขอความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาจงมีแก่ประเทศไทยเทอญ

    ตอบลบ
  10. ใครที่ยังไม่ได้มาขอให้ได้มา,...
    ใครที่มาแล้วขอให้อยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด,
    เจริญพร

    ตอบลบ
  11. ใครที่ยังไม่ได้มาขอให้ได้มา,...
    ใครที่มาแล้วขอให้อยู่เป็นสุขทุกเมื่อเถิด,
    เจริญพร

    ตอบลบ
  12. พุทธบริษัทสี่ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
    เหมือนดวงตะวัน ที่มีดวงเดียว

    ตอบลบ
  13. พุทธบริษัทสี่ ต้องเป็นหนึ่งเดียวกัน
    เหมือนดวงตะวัน ที่มีดวงเดียว

    ตอบลบ
  14. ยอดเยี่ยมคะ สาธุ สาธุ สาธุ

    ตอบลบ
  15. สาธุคะพระพุทธศาสนาต้องรุ่งเรืองในยุคของเรานะคะ

    ตอบลบ
  16. ปัญหาประเทศไทยที่สำคัญตอนนี้ คือ..พระเก๊ กำลังขยันหาเลศโจมตี พระจริง โดยมีกลุ่มการเมืองการปกครองหนุนหลัง และกำหนดบทบาทให้่เล่น โดยอาศัยอำนาจรัฐร่วมมือกันกับฆารวาสอันธพาล ที่ต้องการปกครอง-ควบคุมสงฆ์
    ..เบียดเบียนสงฆ์จนได้รับความเดือดร้อนกันทั้งบ้านเมือง ...ชาวพุทธต้องตื่นตัวรับรู้ปัญหา และรวมพลังกันต่อสู้ให้ผ่านปัญหานี้ให้ได้ครับ _ จึงจะสามารถ มองถึงการทำพระพุทธศาสนาให้เจริญ,เข้มแข็ง มั่นคงต่อไปได้ในประเทศนี้

    ตอบลบ