วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

@ คำสอน @ หลักอนุปุพพิกถา เบื้องหลังความสำเร็จวัดพระธรรมกาย

@ คำสอน @
<<< วัดพระธรรมกายประสบความสำเร็จในการสอนให้ญาติโยมจำนวนมาก เข้าวัด สวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม สุภาพเรียบร้อย มีระเบียบวินัย มีมารยาทดี สะอาดกาย สะอาดใจ มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น
<< ทั้งนี้เพราะทางวัดสอนตามหลักการของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างจริงจัง ตามหลักอนุปุพพิกถา
<_หลักอนุปุพพิกถา เป็นแนวการสอนที่พระพุทธเจ้าทรงใช้มากที่สุด เป็นการสอนไปตามลำดับ ๕ ข้อ คือ

<<_ ๑.ทานกถา สอนเรื่องคุณค่าความสำคัญของการให้ทาน การมีน้ำใจเอื้อเฟื้อแบ่งปันกัน การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา
<_ จะเป็นคนรวยคนจนก็ต้องรู้จักการให้ทาน ทรัพย์จะมากน้อยไม่สำคัญ ขอให้ทำด้วยจิตที่เลื่อมใส เพราะเมื่อมีจิตเลื่อมใสมากย่อมได้บุญมาก ทำเต็มกำลังศรัทธาของตน เศรษฐีเมื่อมีจิตเลื่อมใสก็ทำมาก คนจนมีทรัพย์น้อยก็ทำน้อย แต่เมื่อมีจิตเลื่อมใสมากก็ได้บุญมากเหมือนกัน
<_ อีกทั้งให้คนรวยคนจนเอื้อเฟื้อกัน เศรษฐีมีทรัพย์ก็ทำบุญค่าอาหาร บ้างก็ยกข้าวหม้อแกงหม้อใส่รถมาวัด ทางวัดก็จะเลี้ยงข้าวฟรีกับทุกคนที่มาวัด และทุกวันอาทิตย์ก็จัดรถมาวัดฟรี ภายใต้แนวคิดว่า
“ทั้งคนรวยคนจน ควรมีโอกาสมาวัดศึกษาธรรมะเหมือนกัน”

<<_ ๒. ศีลกถา สอนเรื่องคุณค่าความสำคัญของการรักษาศีล
<< วัดพระธรรมกาย จะเน้นย้ำสั่งสอนอบรมให้ญาติโยมตั้งใจรักษาศีล ๕ เป็นพื้นฐานอย่างเอาจริงเอาจัง และยังชักชวนให้รักษาศีล ๘ ในวันพระ วันคล้ายวันเกิดและในช่วงเข้าพรรษา เป็นการฟื้นฟูประเพณีอันดีงาม ซึ่งพุทธศาสนิกชนได้ปฏิบัติมาแต่ครั้งพุทธกาล
<< นอกจากการรักษาศีลโดยตรงแล้ว ทางวัดยังอบรมกิริยามารยาท การกราบ การไหว้ การลุก การนั่ง การปฏิบัติตนต่อพระภิกษุ การให้ความเคารพพระรัตนตรัย ในเขตวัดจะไม่มีการสูบบุหรี่ ไม่มีการเล่นการพนันและอบายมุข

<<_ ๓. สัคคกถา พรรณนาเรื่องสวรรค์
<< _ พระพุทธเจ้าจะทรงสอนให้รู้ว่า เมื่อได้ให้ทาน รักษาศีลแล้ว อานิสงส์จะส่งผลให้ไปเกิดในสวรรค์ มีวิมานและทิพยสมบัติที่วิจิตรงดงามเพียงใด แต่ถ้าทำบาปก็จะไปตกนรก ลงอบาย ซึ่งมีความทุกข์มาก น่ากลัวยิ่งนัก
<< _ วัดพระธรรมกาย ได้สอนตามแนวทางของพระพุทธเจ้าและใช้เทคโนโลยีทันสมัย ทั้งภาพนิ่ง ภาพแอนิเมชั่น แสดงถึงลักษณะของนรกสวรรค์ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนตระหนักถึงคุณค่าของบุญ และความน่ากลัวของบาปกรรมอกุศล เกิดแรงบันดาลใจในการทำความดีละเว้นความชั่ว

<<_ ๔. กามาทีนพ ทรงสอนเรื่องโทษของกามว่าเผ็ดร้อน มีทุกข์มาก มีความพอใจน้อย เป็นบ่อเกิดของการทะเลาะวิวาทกัน
<< _ ทางวัดได้สอนเน้นย้ำให้ทุกคนรู้โทษของกาม และรู้จักหลีกเร้นจากกาม แม้เป็นช่วงเวลาหนึ่งก็ตามด้วยการรักษาศีล ๘ ประพฤติพรหมจรรย์ในวันพระ วันเกิด เป็นต้น และให้ผู้มาวัดแต่งชุดขาว เพื่อจะได้เสมอเหมือนกันไม่แต่งตัวประดับประดามาอวดกันเป็นการยั่วกิเลส

<<_ ๕.เนกขัมมานิสงส์ ทรงสอนเรื่องอานิสงส์ของการออกบวช
<<_ วัดพระธรรมกาย พยายามฟื้นฟูประเพณีการบวชของชายไทยให้กลับมาอีกครั้ง โดยในช่วงชีวิตของชายไทย ควรมีครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้บวชตลอดพรรษา เพื่อจะได้ศึกษาธรรมะอย่างเต็มที่ ไม่ใช่บวชเพียง ๗ วัน ๑๕ วัน จึงปรากฏเป็นโครงการอุปสมบทหมู่หนึ่งแสนรูปทุกหมู่บ้านทั่วไทย แม้จะเป็นโครงการที่ยากลำบากต่อการสร้างความเข้าใจกับคนในสังคม รวมทั้งกลุ่มคนผู้ที่จะบวชก็ตาม แต่ก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องมาได้หลายปีจนถึงปัจจุบัน

<<_ ส่วนเยาวชนนักเรียน นักศึกษา ก็บรรพชาอุปสมบทในช่วงปิดภาคฤดูร้อน ศึกษาธรรมะเพื่อจะได้เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป ซึ่งการบรรพชาอุปสมบทของเยาวชน นักเรียน นักศึกษาในช่วงฤดูร้อนนี้ เป็นกิจกรรมที่ทางวัดพระธรรมกายบุกเบิกและทำต่อเนื่องมากว่า ๔๐ ปี นับตั้งแต่สร้างวัด ในนามโครงการธรรมทายาท สร้างพระภิกษุและเยาวชนที่ดีให้แก่สังคมไทยมาช้านาน

<<_ หลักธรรมปฏิบัตินั้น ทางวัดได้สอนการปฏิบัติธรรมตามหลักวิชชาธรรมกายของพระมงคลเทพมุนี (หลวงพ่อสด จันทสโร วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักสติปัฏฐาน ๔ ของพระพุทธเจ้า คือ การพิจารณากายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต และธรรมในธรรม

<<_ประเด็นเรื่อง นิพพาน ว่าเป็นอัตตาหรืออนัตตานั้น ทางวัดบอกว่า ให้เราถือว่า “นิพพาน คือนิพพาน” แล้วเลิกทะเลาะกันเรื่องนี้ ปฏิบัติเข้าถึงเมื่อใดก็จะรู้ด้วยตนเอง
<<_ ปัญหาสังคมไทยปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่เรื่องนี้ แต่อยู่ที่อบายมุขท่วมเมือง เด็กติดยากันเกลื่อน อย่าว่าแต่นิพพานเลย สวรรค์ยังไม่ได้ไป จะตกนรกกันหมดแล้ว ชาวพุทธควรเลิกทะเลาะกัน แล้วเอาเวลามาทุ่มเทให้กับการรณรงค์ต่อต้านอบายมุข ชวนคนมาทำความดีกันให้มาก ๆ จะดีกว่า สังคมจะได้สงบร่มเย็น เยาวชนเป็นคนดี ครอบครัวอบอุ่นเป็นสุข

<<< _ เอกลักษณ์ของการสอนวัดพระธรรมกาย _>>>
<_ คือการถือธรรมเป็นใหญ่ ทางวัดจะไม่เอาใจโยม ไม่ดึงวัดไปหาโยม แต่จะดึงโยมเข้าสู่ธรรมะ เช่น
<_ โยมชอบดูหมอ ใบ้หวย ทางวัดก็จะไม่ดูหมอ ไม่ใบ้หวย แต่สอนให้โยมรู้ว่า การเล่นหวยเป็นอบายมุขควรเลิก การดูหมอพระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญ แต่ทรงสอนให้ทำความดี มีวิริยะอุตสาหะ ทุกอย่างเป็นเรื่องกรรมลิขิต ไม่ใช่พรหมลิขิต คนทำดี ดวงดาวก็ทำอะไรไม่ได้ ทางวัดจึงไม่มีมหรสพ ไม่มีเซียมซี ไม่มีกุมารทอง ไม่มีนางกวัก ไม่มีรูปปั้นเจ้าพ่อเจ้าแม่ ไม่มีรูปเคารพอื่นใดนอกจากพระรัตนตรัย ไม่มีบุญเขตอื่นนอกพระพุทธศาสนา

<<<_ ทำไมคนรวยเข้าวัดพระธรรมกายมาก_>>>
<_ ความจริงต้องบอกว่าคนจำนวนมากเมื่อเข้าวัดพระธรรมกายแล้วทำให้รวย คือตอนเข้าวัดแรกๆก็ยังไม่รวย แต่เมื่อตั้งใจปฏิบัติตามที่วัดสอน หมั่นให้ทาน ตั้งใจรักษาศีล ไม่ยุ่งอบายมุข สวดมนต์นั่งสมาธิทุกวัน ตั้งใจทำมาหากิน ฐานะก็ดีขึ้นตามลำดับ จนรวยเป็นเศรษฐี บางคนเริ่มเข้าวัดทำบุญครั้งละ ๑๐ บาท ต่อมาทำบุญได้คราวละ ๑๐ ล้านก็มี
<_ บุคคลเหล่านี้จึงมั่นใจในคุณพระรัตนตรัย มั่นใจว่าตนทำบุญถูกเนื้อนาบุญ ทำบุญแล้วเห็นผลทันตา จึงยังมีกำลังใจในการทำความดี และสนับสนุนงานเผยแผ่ธรรมของวัดอย่างเต็มกำลัง

<<< _สรุป _>>>
<<_ หลักคำสอนของวัดพระธรรมกาย เดินตามแนวทางของพระพุทธเจ้า แต่ทำอย่างจริงจังและได้ผล เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า ถ้าเราตั้งใจศึกษาและสอนญาติโยมตามแนวทางของพระพุทธเจ้าอย่างจริงจังแล้วจะ ได้ผลดี ธรรมะของพระพุทธเจ้าไม่เคยล้าสมัย เป็น “อกาลิโก” ผู้ใดปฏิบัติตามก็จะได้ผลดี โดยไม่ต้องไปพึ่งเจ้าพ่อ เจ้าแม่ เซียมซี การดูหมอ การใบ้หวย หรือนำมหรสพใด ๆ มาดึงคนเข้าวัดเลย
<<_ แนวทางที่วัดพระธรรมกาย เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างจริงจังและได้ผล ทำให้มีศิษยานุศิษย์มากมายทั่วโลก อาจเป็นเหตุให้ดูโดดเด่น จึงเป็นเป้าแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ จึงเป็นหน้าที่ของทางวัดจะต้องสื่อสารให้สังคมเข้าใจต่อไป
......................................................................................

https://www.facebook.com/BuddhaSamakkee/photos/a.172553942948731.1073741830.171163976421061/439103239627132/?type=3&theater

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น