วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

@ ชาวพุทธต้องสามัคคีกัน @


@ ชาวพุทธต้องสามัคคีกัน @
**ความสามัคคี นำไปสู่ความเจริญ__ความสงบสุขร่มเย็นของสังคม
**ความขัดแย้งแตกแยกในหมู่ชาวพุทธ__นำไปสู่ความเสื่อม
มูลเหตุหลักของความแตกแยกมุ่งโจมตีกันมาจากเรื่องคำสอน
คำสอนในพระพุทธศาสนา แบ่งได้ 3 ระดับคือ
1.คำสอนเพื่อประโยชน์ชาตินี้ เช่น ให้มีน้ำใจต่อกัน รักษาศีล ละเว้นอบายมุข
>>คำสอนในระดับนี้ โดยภาพรวมชาวพุทธทุกกลุ่มสอนสอดคล้องกัน
2.คำสอนเพื่อประโยชน์ชาติหน้า เช่น เรื่องนรก สวรรค์ บุญบาป
>>คำสอนในระดับที่ 2 นี้ ส่วนใหญ่สอนตรงกัน มีบ้างที่สอนต่าง เช่น ท่านพุทธทาสปฏิเสธนรกสวรรค์ที่เป็นภพภูมิ
3.คำสอนเพื่อประโยชน์อย่างยิ่ง คือ การปฏิบัติเพื่อมุ่งสู่ความหลุดพ้น
>>คำสอนในระดับนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียด รู้ได้เฉพาะตน ชาวพุทธกลุ่มต่างๆ จึงมีหลักปฏิบัติที่หลากหลาย อาทิ สายพุทโธ สายสัมมาอะระหัง สายพองหนอยุบหนอ สายมโนมยิทธิ
ไม่ต้องกลัวว่าคำสอนของสายใดจะผิด จะทำให้พระธรรมวินัยวิปริตผิดเพี้ยน เพราะพระธรรมวินัยสรุปรวมอยู่ในพระไตรปิฎก ไม่มีใครจะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขเนื้อหาพระไตรปิฎกได้ เพราะถ้าไปแก้เนื้อหาตอนใดตอนหนึ่ง เพียงเอาไปเทียบกับเนื้อหาของพระไตรปิฎกที่มีการพิมพ์เผยแพร่ไปในประเทศ ต่างๆ แล้วนับล้านๆชุด ก็จะรู้ได้ทันที จะเกิดปฏิกิริยาต่างๆมากมายในวงกว้าง ไม่ได้รับการยอมรับ ผู้ทำก็มีแต่จะเสื่อมเสียไปเอง
**ดังนั้นไม่มีใครทำให้พระธรรมวินัยผิดเพี้ยนไปได้**
และไม่ต้องตื่นกลัวว่าถ้าคำสอนของสายใดที่ตนเห็นว่าไม่ถูก ได้รับความนิยมแพร่หลายมาก ก็จะทำให้พระธรรมวินัยวิปริตผิดเพี้ยนไปอีก เพราะมีพระไตรปิฎกเป็นแม่แบบให้อ้างอิงไปชั่วกาลนาน ไม่มีใครที่จะทำให้คนอื่นเชื่อตามไปได้ทั้งหมดไม่ว่าผู้นั้นจะมีอิทธิพลมาก เพียงใด
@ พลังสร้างสรรค์ทำให้เจริญ พลังทำลายทำให้เสื่อม @
ชาวพุทธที่ตื่นตัว ซึ่งมีอยู่ไม่มากเลย ควรจะใช้พลังของตนในทางสร้างสรรค์ โดยชักชวนประชาชนมาปฏิบัติในแบบที่ตนชอบให้ได้มากที่สุด ถ้าทุกคนทำอย่างนี้จะส่งผลเป็นความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา
• จะชอบศึกษาพุทธเชิงวิชาการ
• จะชอบพุทธแบบสังคมสงเคราะห์
• จะชอบพุทธเชิงศิลปวัฒนธรรม
• จะชอบปฏิบัติแบบพุทโธ สัมมาอะระหัง พองหนอยุบหนอ
ทุกแบบดีทั้งนั้น เพราะคนเรามีจริตอัธยาศัยต่างกัน ใครชอบปฏิบัติแบบไหนก็ไปสายนั้น
>>อย่าหลงประเด็นมาทะเลาะกันเองเพราะข้าศึกจริงๆ คือ อบายมุขที่กำลังรุกคืบกลืนกินสังคมไทยไปทุกขณะ สุรายาเสพติดจะท่วมเมืองอยู่แล้ว ศาสนิกอื่นก็กำลังทำงานขยายศาสนิกของตนอย่างเต็มกำลัง
ชาวพุทธที่ตื่นตัวที่มีจำนวนน้อยอยู่แล้ว ไม่ควรใช้พลังของตนไปในทางทำลาย มุ่งโจมตีบั่นทอนกำลังกันเอง จนสังคมเอือมระอาว่า ชาวพุทธมีแต่ทะเลาะกัน ทำให้มีผู้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนพระพุทธศาสนาอาจสาบสูญไปจากประเทศไทยเมื่อถึงตอนนั้นจะมีประโยชน์อะไรกับ การย้ำคิด ย้ำพูด ย้ำทำว่า
“ฉันถูกๆๆๆๆ เธอผิดๆๆๆๆ”
ขอให้ระลึกถึงพุทธโอวาทที่ว่า
“ สุขา สงฺฆสฺส สามัคคี
ความสามัคคีของหมู่คณะ ทำให้เกิดสุข”
@ ยังเข้าไม่ถึงแล้วมาทะเลาะกัน ก็เป็นเหมือนตาบอดคลำช้าง @
ลองคิดดูว่า ถ้าชาวพุทธที่ตื่นตัวมุ่งโจมตีกันอย่างเอาเป็นเอาตายดังเช่นที่เคยปรากฏ
- โจมตีท่านพุทธทาสที่ปฏิเสธนรกสวรรค์ ให้ฉีกพระไตรปิฎกทิ้ง 60%
- โจมตีพระป่าสายหลวงตามหาบัวที่บอกว่าพระอาจารย์มั่นมีพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์มาเยี่ยม แสดงว่านิพพานแล้วยังมีตัวตนอยู่
- โจมตีหลวงพ่อฤาษีลิงดำที่สอนว่า ถอดกายไปสู่แดนนิพพาน พบว่ามีสระมีวิหาร มีหอระฆัง แสดงว่านิพพานเป็นภพภูมิ
- โจมตีสายธรรมกายที่ไปบูชาข้าวพระพุทธเจ้า แสดงว่านิพพานเป็นภพภูมิ
- โจมตีสายพองหนอยุบหนอว่าสอนแบบท่องจำตามตำรา ไม่ได้เข้าถึงจริงเป็นลูกศิษย์พระพม่า ดูถูกสายธรรมปฏิบัติของไทย
- โจมตีคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ที่รับเงินทองที่ญาติโยมถวายว่าผิดพระวินัย นิสสัคคิยปาจิตตีย์
- โจมตีชาวพุทธที่เชื่อว่า“สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ”ว่าเพี้ยน ปฏิเสธสิ่งที่พระพุทธเจ้าสอนทำพระธรรมวินัยให้วิปริตต้องขจัดให้หมดไป
สวรรค์มีจริงไหม นิพพานมีภาวะเป็นอย่างไร ตั้งใจเจริญมรรคมีองค์ 8 เข้าถึงแล้วก็รู้เอง ยังเข้าไม่ถึงมานั่งทะเลาะกันก็เป็นเหมือนตาบอดคลำช้าง
ถ้าชาวพุทธที่เป็นลูกศิษย์ของสายต่างๆ มุ่งแต่โจมตีกันเห็นแต่สิ่งที่ตัวเองยึดถือว่าถูกต้อง สายที่ต่างผิด
อะไรจะเกิดขึ้น ? พระพุทธศาสนามีแต่จะแตกแยกจนมีโอกาสเสื่อมสูญไปจากประเทศไทยการโจมตีกันและ กันนั้น ไม่ได้เป็นไปเพื่อความเจริญของพระพุทธศาสนาเลย มีแต่ทำให้เกิดความแตกแยก ทำให้พระพุทธศาสนาเสื่อม
ผู้กระทำนอกจากไม่ได้บุญแล้ว ยังแบกบาปมหันต์ เพราะการสร้างความแตกแยกในหมู่สงฆ์ ก็คือ **การทำสังฆเภท** เป็นอนันตริยกรรม ซึ่งเป็นกรรมหนักที่สุด ปิดสวรรค์ ปิดนิพพานพระพุทธเจ้าตรัสว่า
ผู้ที่กระทำกรรมนี้ ตายแล้วเที่ยงแท้ที่จะลงอเวจีมหานรก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น