
@วัดพระธรรมกาย 2 : ศิษย์วัด@
ศิษย์วัดพระธรรมกาย โดยทั่วไปเรียกว่าสมาชิกอาศรมอุบาสก อุบาสิกา คือ ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีศรัทธาจะช่วยงานวัดตลอดชีวิต รักษาศีล 8 ช่วยงานด้านต่างๆของวัดทั้งภายในและต่างประเทศ ปัจจุบันมีประมาณ 1,000 คน
ส่วนผู้ที่ยังไม่จบปริญญาตรี แต่มีความตั้งใจจริง ทางวัดก็จะสนับสนุนให้เรียนจนจบปริญญา เพื่อจะได้มีความรู้มาช่วยงานพระพุทธศาสนาได้เต็มที่
อุบาสกจะทยอยบวชพระเมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะสงฆ์
อุบาสิกาก็รักษาศีล 8 คล้ายๆแม่ชีนั่นเอง แต่เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางไปติดต่อประสานงานจึงไม่ได้โกนผม
@เอกลักษณ์ของอุบาสก อุบาสิกา วัดพระธรรมกาย@
1. การคัดคน__ผู้ที่ประสงค์จะเป็นอุบาสก อุบาสิกาวัดพระธรรมกายจะต้องมาช่วยงานวัดในสถานภาพอื่น เช่น บัณฑิตแก้ว รักษาศีล 8 ก่อนอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นจึงสมัครเป็นอุบาสก อุบาสิกา เมื่อผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมเป็นเวลา 1 ปี จึงถือเป็นศิษย์วัดเต็มตัว
2. การฝึกอบรม__แม้ไม่ใช่พระภิกษุ เป็นเพียงศิษย์วัด แต่ก็มีความสำคัญเพราะเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่ต่างๆของวัด จึงต้องมีการฝึกอบรมกิริยามารยาท วัฒนธรรมชาวพุทธ ความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา สามารถเป็นต้นแบบให้ญาติโยมได้
3. สนับสนุนการศึกษาพระธรรมวินัย__เกือบทุกคนจะเรียนจบธรรมศึกษาเอก และพุทธศาสตรบัณฑิต หลายคนจบเป็นอภิธรรมบัณฑิต บางท่านเรียนบาลีศึกษาจนจบขั้นสูงสุด(บาลีศึกษา 9)
4. สนับสนุนการปฏิบัติธรรมทำสมาธิ__นอกจากการปฏิบัติธรรมประจำวันแล้ว ในแต่ละปีก็จะมีช่วงเวลาให้ไปนั่งสมาธิต่อเนื่องคราวละ 15 วัน ปีละ 2 ครั้ง
5. มาด้วยอุดมการณ์__อุบาสกอุบาสิกาเหล่านี้มีจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร วิศวกร นักบัญชี นักกฎหมาย ฯลฯ มีผู้จบปริญญาเอกหลายสิบคน จบปริญญาโทหลายร้อยคน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถประสบความสำเร็จทางโลก บางคนอยู่ทางโลกมีเงินเดือนหลายแสนบาท มีรถขับ มีบ้านส่วนตัวสุขสบาย แต่ลาออกมาเป็นศิษย์วัดมีเพียงเงินสวัสดิการเดือนละนิดหน่อย พักอาศัยในบ้านมุงด้วยจาก ภายในผนังบุด้วยไม้อัด อยู่รวมกันหลังละ 10 กว่าคน ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีห้องส่วนตัว และใช้ห้องน้ำรวม
6. อยู่ร่วมกันแบบสามัคคีธรรม__มีหัวหน้าบ้านและคณะกรรมการอาศรมอุบาสกอุบาสิกา คอยดูแล ทางวัดจะดูแลที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้าปีละ 2 ชุด และการรักษาพยาบาลยามป่วยไข้ ทุกคนฝากชีวิตไว้แก่กันที่จะอยู่ช่วยงานพระพุทธศาสนาจนตลอดชีวิต
เมื่อมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มาด้วยอุดมการณ์ กินอยู่อย่างเรียบง่าย ทุ่มทำงานส่วนรวมอย่างอุทิศตน สัปดาห์ละ 7 วัน ทำให้สามารถสร้างสรรค์งานพระพุทธศาสนาออกมาอย่างมากมายและเข้มแข็งต่อเนื่อง
>> ศิษย์วัดพระธรรมกายนี้ ถือเป็นจุดแข็งของวัด** ซึ่งหากวัดต่างๆสามารถสร้างขึ้นมาได้ก็จะเป็นประโยชน์กับการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาอย่างมาก
หมายเหตุ ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณอัชวัน หงิมรักษา อุบาสิกาวัดพระธรรมกาย
ท่านที่เห็นว่าผลงานของวัดหรือองค์กรพุทธใด ควรจะเป็นแบบอย่างได้ โปรดส่ง ข้อมูลอย่างละเอียดพร้อมภาพมาที่กล่องข้อความของเพจ เพื่อทางเพจจะได้ ตรวจสอบ ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ เรียบเรียง เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะต่อไป
Cr:เพจพุทธสามัคคี
อุบาสิกาก็รักษาศีล 8 คล้ายๆแม่ชีนั่นเอง แต่เพื่อความคล่องตัวในการเดินทางไปติดต่อประสานงานจึงไม่ได้โกนผม
@เอกลักษณ์ของอุบาสก อุบาสิกา วัดพระธรรมกาย@
1. การคัดคน__ผู้ที่ประสงค์จะเป็นอุบาสก อุบาสิกาวัดพระธรรมกายจะต้องมาช่วยงานวัดในสถานภาพอื่น เช่น บัณฑิตแก้ว รักษาศีล 8 ก่อนอย่างน้อย 1 ปี จากนั้นจึงสมัครเป็นอุบาสก อุบาสิกา เมื่อผ่านการคัดเลือกและฝึกอบรมเป็นเวลา 1 ปี จึงถือเป็นศิษย์วัดเต็มตัว
2. การฝึกอบรม__แม้ไม่ใช่พระภิกษุ เป็นเพียงศิษย์วัด แต่ก็มีความสำคัญเพราะเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่ต่างๆของวัด จึงต้องมีการฝึกอบรมกิริยามารยาท วัฒนธรรมชาวพุทธ ความสะอาด ความมีระเบียบ ความสุภาพ ความตรงต่อเวลา สามารถเป็นต้นแบบให้ญาติโยมได้
3. สนับสนุนการศึกษาพระธรรมวินัย__เกือบทุกคนจะเรียนจบธรรมศึกษาเอก และพุทธศาสตรบัณฑิต หลายคนจบเป็นอภิธรรมบัณฑิต บางท่านเรียนบาลีศึกษาจนจบขั้นสูงสุด(บาลีศึกษา 9)
4. สนับสนุนการปฏิบัติธรรมทำสมาธิ__นอกจากการปฏิบัติธรรมประจำวันแล้ว ในแต่ละปีก็จะมีช่วงเวลาให้ไปนั่งสมาธิต่อเนื่องคราวละ 15 วัน ปีละ 2 ครั้ง
5. มาด้วยอุดมการณ์__อุบาสกอุบาสิกาเหล่านี้มีจากทุกสาขาอาชีพ ทั้งแพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร วิศวกร นักบัญชี นักกฎหมาย ฯลฯ มีผู้จบปริญญาเอกหลายสิบคน จบปริญญาโทหลายร้อยคน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถประสบความสำเร็จทางโลก บางคนอยู่ทางโลกมีเงินเดือนหลายแสนบาท มีรถขับ มีบ้านส่วนตัวสุขสบาย แต่ลาออกมาเป็นศิษย์วัดมีเพียงเงินสวัสดิการเดือนละนิดหน่อย พักอาศัยในบ้านมุงด้วยจาก ภายในผนังบุด้วยไม้อัด อยู่รวมกันหลังละ 10 กว่าคน ไม่มีแอร์ ไม่มีทีวี ไม่มีตู้เย็น ไม่มีห้องส่วนตัว และใช้ห้องน้ำรวม
6. อยู่ร่วมกันแบบสามัคคีธรรม__มีหัวหน้าบ้านและคณะกรรมการอาศรมอุบาสกอุบาสิกา คอยดูแล ทางวัดจะดูแลที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้าปีละ 2 ชุด และการรักษาพยาบาลยามป่วยไข้ ทุกคนฝากชีวิตไว้แก่กันที่จะอยู่ช่วยงานพระพุทธศาสนาจนตลอดชีวิต
เมื่อมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มาด้วยอุดมการณ์ กินอยู่อย่างเรียบง่าย ทุ่มทำงานส่วนรวมอย่างอุทิศตน สัปดาห์ละ 7 วัน ทำให้สามารถสร้างสรรค์งานพระพุทธศาสนาออกมาอย่างมากมายและเข้มแข็งต่อเนื่อง
>> ศิษย์วัดพระธรรมกายนี้ ถือเป็นจุดแข็งของวัด** ซึ่งหากวัดต่างๆสามารถสร้างขึ้นมาได้ก็จะเป็นประโยชน์กับการเผยแผ่พระพุทธ ศาสนาอย่างมาก
หมายเหตุ ขอขอบคุณข้อมูลจากคุณอัชวัน หงิมรักษา อุบาสิกาวัดพระธรรมกาย
ท่านที่เห็นว่าผลงานของวัดหรือองค์กรพุทธใด ควรจะเป็นแบบอย่างได้ โปรดส่ง ข้อมูลอย่างละเอียดพร้อมภาพมาที่กล่องข้อความของเพจ เพื่อทางเพจจะได้ ตรวจสอบ ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติม วิเคราะห์ เรียบเรียง เพื่อนำเสนอต่อสาธารณะต่อไป
Cr:เพจพุทธสามัคคี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น