
@การสืบทอดพระไตรปิฎก@
คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ประมวลรวมไว้ในพระไตรปิฎก โดยพระอรหันต์ 500 รูป ได้ทำสังคายนาเพื่อจัดหมวดหมู่คำสอนหลังพุทธปรินิพพาน 3 เดือน
<< ยุคมุขปาฐะ >>
จากนั้นก็ได้สืบทอดกันมาด้วยมุขปาฐะ(ท่องจำปากเปล่า**) โดยแบ่งหน้าที่กัน เช่น ศิษย์สายพระอานนท์รับผิดชอบท่องจำพระสูตรทีฆนิกาย เป็นต้น สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่น
<< ยุคจารึกในใบลาน >>
ราว 400 ปีเศษหลังพุทธกาล ในประเทศศรีลังกา พระเจ้าวัฏฏคามณีอภัย ได้สั่งให้จารึกพระไตรปิฏกลงใบลานเป็นครั้งแรก เนื่องจากมีสงครามกลางเมือง ทรงเกรงว่า หากอาศัยการท่องจำอย่างเดียว คำสอนพระพุทธเจ้าอาจสาบสูญไปได้
เนื่องจากพระไตรปิฎกเป็นภาษาบาลีและท่องจำกันมากว่า 400 ปี จึงมีแต่เสียง ไม่มีตัวอักขระของตนเอง แต่ละประเทศก็ใช้อักขระของตนจารึกพระไตรปิฎก เช่น คำว่า กิเลส บาลีโรมัน เขียนว่า kilesa เขียนด้วยอักขระต่างกัน แต่ออกเสียงเหมือนกัน ความหมายเหมือนกัน บาลีพม่า ก็ใช้อักขระพม่า บาลีลังกาก็ใช้อักขระสิงหล เป็นต้น
>> ธรรมเนียมการจารจารึกพระไตรปิฎกลงในใบลานได้เผยแพร่มายังสุวรรณภูมิ
ทำให้ปัจจุบันเรามีใบลาน 4 สายจารีตใหญ่ๆ คือ
1. จารีตศรีลังกา จารึกด้วยอักษรสิงหล
2. จารีตพม่า จารึกด้วยอักษรพม่า
3. จารีตไทย จารึกด้วยอักษรขอม
4. จารีตล้านนา จารึกด้วยอักษรธัมม์
>> ในดินแดนร้อนชื้นอย่างประเทศเรา ใบลานมีอายุอยู่ได้ราว 200-500 ปี แล้วแต่สภาพการดูแลรักษา จึงต้องมีการจารคัดลอกต่อๆกันมาตามวัดใหญ่ๆในภูมิภาคต่างๆ
>> คัมภีร์พุทธที่เก่าที่สุดเท่าที่มีการค้นพบในปัจจุบัน มีอายุราว 2,000 ปี จารึกอยู่บนเปลือกไม้ซึ่งมีความคงทนกว่าใบลาน และคัมภีร์ในแถบเอเชียกลาง ซึ่งมีอากาศแห้งก็จะคงทนกว่าในบ้านเรา
<< ยุคพิมพ์หนังสือ >>
เมื่อเทคโนโลยีการพิมพ์ก้าวหน้าขึ้น ชาวตะวันตกที่สนใจคำสอนพระพุทธเจ้าก็ได้นำคัมภีร์ใบลานไปตรวจชำระจัดพิมพ์ ขึ้นเป็นหนังสือเล่ม เมื่อราวเกือบ 200 ปีก่อน โดยทยอยพิมพ์ทีละเล่มที่สนใจ
น่าภาคภูมิใจที่ประเทศไทยเราเป็นผู้จัดพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นเล่มหนังสือครบ ชุดเป็นประเทศแรกของโลกในสมัยรัชกาลที่ 5 จากนั้นพม่า(ฉบับฉัฏฐสังคายนา) ศรีลังกา (ฉบับพุทธชยันตี) ก็ทยอยพิมพ์พระไตรปิฎกออกเป็นเล่มหนังสือครบชุด
และในไทยเราก็ได้มีการตรวจชำระพระไตรปิฎก จัดพิมพ์ออกมาอีกหลายฉบับ เช่น ฉบับ มจร. ฉบับสยามรัฐ เป็นต้น
<< ยุคดิจิตอล >>
ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้า จึงมีการจัดทำพระไตรปิฎกคอมพิวเตอร์ขึ้นมาหลายฉบับ เพื่อให้การค้นคว้าหาข้อมูลคำสอนพระพุทธเจ้าทำได้สะดวกรวดเร็ว เช่น
พ.ศ. 2531 ฉบับมหาวิทยาลัยมหิดล___ใช้พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐเป็นฐานข้อมูล
พ.ศ. 2539 ฉบับมูลนิธิธรรมกาย___ใช้พระไตรปิฎกฉบับสมาคมบาลีปกรณ์(PTS) ของประเทศอังกฤษเป็นฐานข้อมูล
ฉบับ Vipassana Research Institute ของอินเดีย___ใช้พระไตรปิฎกฉบับพม่าเป็นฐานข้อมูล
<< การอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน >>
เมื่อการพิมพ์พระไตรปิฎกเป็นหนังสือเริ่มแพร่หลาย สามารถพิมพ์ได้คราวละมากๆตามต้องการ ความจำเป็นในการจารจารึกใบลานต่อๆกันไป ก็หมดลง ใบลานที่เหลือเก็บอยู่ตามวัดต่างๆ ก็นับวันจะเปื่อยผุ หมดสภาพไปตามกาลเวลาอย่างน่าเสียดาย
น่ายินดีที่ประเทศไทยได้ทำหน้าที่สำคัญอีกวาระหนึ่ง โดยมูลนิธิธรรมกายได้ร่วมมือกับนักวิชาการประเทศต่างๆทำโครงการพระไตรปิฎก ฉบับธรรมชัย สำรวจและถ่ายภาพคัมภีร์ใบลานทุกสายจารีตที่เก็บอยู่ตามวัด และห้องสมุดในประเทศไทย เมียนม่าร์ ศรีลังกา ลาว กัมพูชา เป็นต้น
>>> จากนั้นนำมาตรวจชำระ จัดทำเป็นพระไตรปิฎกที่มีฐานข้อมูลครบถ้วนที่สุด สามารถ link ข้อมูลกับภาพถ่ายดิจิตอลของคัมภีร์ใบลาน ผู้อ่านสนใจเนื้อหาพระไตรปิฎกตอนไหน ก็สามารถกดปุ่ม เรียกภาพถ่ายดิจิตอลของคัมภีร์ใบลานเนื้อหาในส่วนนั้นมาดูได้ทันที ขยายภาพใหญ่เล็กได้ตามใจชอบ และมีภาพถ่ายของคัมภีร์ใบลานทุกสายจารีต ๆ ละ 5 คัมภีร์ ให้ศึกษาเปรียบเทียบได้ตามความสนใจ
ถือเป็นการอนุรักษ์มรดกธรรมของพระพุทธเจ้า ให้คงอยู่คู่โลกไปชั่วกาลนาน โดยไม่ต้องหวั่นเกรงว่าใบลานเหล่านั้นจะสูญหายถูกทำลายไปตามกาลเวลาอีกต่อไป
@ไม่มีใครแก้ไขเนื้อหาหลักของพระไตรปิฎกได้**
ปัจจุบัน พระไตรปิฎกได้จัดพิมพ์เผยแพร่ไปแล้วนับล้านชุดในประเทศต่างๆ ดังนั้น ไม่มีใครจะสามารถไปปลอมปนแก้ไขเนื้อหา คำสอนได้ตามอำเภอใจ เพราะถ้าใครไปทำเข้า เราเพียงเอาไปเทียบดูกับพระไตรปิฎกที่มีการพิมพ์เผยแพร่อยู่แล้ว ก็จะรู้ได้ทันที ไม่มีใครยอมรับ ผู้ทำก็มีแต่จะเสื่อมเสียไปเอง
การตรวจชำระพระไตรปิฎกที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน จึงเป็นแต่เพียงการศึกษาเปรียบเทียบคัมภีร์ใบลานจารีตต่างๆ วิเคราะห์ในรายละเอียดของคำบางคำที่แต่ละจารีตอาจมีการใช้ต่างกันบ้าง เพราะต่างผ่านการจารจารึกต่อๆ กันมาหลายพันปี ซึ่งก็จะมีเป็นเชิงอรรถท้ายหน้าให้ได้รู้ว่าคำๆ นี้ ใบลานในแต่ละจารีตใช้คำว่าอย่างไร
>> ชาวพุทธจึงควรภาคภูมิใจ** ที่พระพุทธศาสนาเรามีพระไตรปิฎกเป็นแหล่งรวมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้รับ การรักษาไว้อย่างดีที่สุด
>>และขอให้หาโอกาสอ่านพระไตรปิฎกด้วยตนเอง** เพราะถึงเราไม่รู้ภาษาบาลี ปัจจุบันก็มีพระไตรปิฎกแปลเป็นภาษาไทยอยู่หลายฉบับ เมื่ออ่านแล้วก็ขอให้นำมาประพฤติปฏิบัติ เพื่อความสุขความเจริญของตัวเรา ครอบครัว สังคม ประเทศชาติ และยังเป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนสืบไปด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น