
การปลุกระดมสร้างความดูหมิ่นเกลียดชังเป็นเรื่องอันตรายและสร้างความเสียหายได้มาก ไม่ว่าในเรื่องการเมืองหรือเรื่องศาสนา ดังกรณีตัวอย่างเรดการ์ดในประเทศจีน ในบทความด้านล่างนี้
....สถานีโทรทัศน์จีนเกิดได้แนวคิดจากปรากฏการณ์เรื่องสามีขอโทษภรรยาในที่ สาธารณะจากญี่ปุ่นเลยมาจัดรายการเรียลิตี้โชว์ในทีวี. แต่ดัดแปลงเป็นเรื่องการนอกใจภรรยาซึ่งก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมชาวจีนมาก (โดยเฉพาะสุภาพสตรีที่เป็นภรรยาและกิ๊ก) แต่ในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ2556 นี่เองได้มีชายชาวนาวัย 50 เศษคนหนึ่งชื่อจาง จินหยิง ได้มาออกทีวี.ขอโทษคุณครูที่สอนเขาเมื่อตอนชั้นมัธยม 2 เนื่องจากเขานำพรรคพวกนักเรียนเรดการ์ดกล่าวหาว่าคุณครูเป็นพวกนายทุนทรยศ ต่ออุดมการณ์ของประธานเหมา เจ๋อตง จนทำให้คุณครูผู้นั้นถูกขึ้นศาลเตี้ยโดนทำร้ายร่างกายและถูกแห่ประจานไปใน เมืองแถมถูกไล่ออกจากงานด้วย
นายจาง จินหยิง กล่าวว่า ที่เขาออกมาขอโทษคุณครูต่อสาธารณชนก็เพื่อที่จะให้เยาวชนจีนปัจจุบันทราบ ความจริงของความผิดและความเลวร้ายของการปลุกระดมเด็กและเยาวชนให้โจมตี วัฒนธรรมดั้งเดิมโดยต่อต้านผู้ใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของประธานเหมา เจ๋อตง จึงเกิดเป็นการปฏิวัติทางวัฒนธรรมขึ้นในช่วง พ.ศ.2509-2519 ซึ่งการปฏิวัติทางวัฒนธรรมนี้เป็นการทดลองทางวิศวกรรมสังคมครั้งสุดท้ายของ เหมา เจ๋อตง ที่เรียกร้องยุยงให้เยาวชนจีนลุกขึ้นกบฏต่อผู้ใหญ่ทุกหมู่เหล่ายกเว้นเพียง ตัวของประธานเหมาเท่านั้น
โดยเหมา เจ๋อตง ให้การสนับสนุนให้เยาวชนจีนนับล้านคนรวมตัวเป็นกองทัพเรียกตัวเองว่าเรดการ์ ดออกเดินทางทำลายวัฒนธรรมดั้งเดิม เช่น วัด พระพุทธรูป และจับตัวผู้ที่พวกเรดการ์ดเห็นว่าเป็นพวกที่ทรยศต่อเหมา เจ๋อตง หรืออุดมการณ์ของเหมา เจ๋อตง ประจาน ทรมานจนถึงฆาตกรรม
หลังจากที่นายจาง จินหยิง ได้ออกมาขอโทษคุณครูของเขาแล้ว ก็มีเรื่องฮือฮาอันปวดหัวใจของสมัยปฏิวัติทางวัฒนธรรมติดตามมาอีกทาง โทรทัศน์ คือมีทนายความชื่อนายจาง หงปิง ได้ออกมาขอโทษมารดาที่ล่วงลับไปแล้วของเขาที่ถูกประหารชีวิต เนื่องจากใน พ.ศ.2509 ขณะที่เขาอายุ 13 ปี ในฐานะเรดการ์ดได้รายงานต่อกองทัพเรดการ์ดว่าตอนที่มารดาของเขาทะเลาะกับพ่อ ของเขานั้น เธอได้ด่าประธานเหมา เจ๋อตง ไปด้วยเขาจึงเรียกร้องให้ยิงเป้านางฟาง จงโหมว มารดาของเขาเองในความผิดครั้งนี้ หลังจากนั้น 2 สัปดาห์นางฟาง จงโหมว ก็ถูกยิงเป้า
ทนายจาง หงปิง ได้เรียกร้องวิงวอนให้มีการสร้างหลุมฝังศพของมารดาเขาเป็นอนุสรณ์สถานแห่ง ชาติเพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจเยาวชนชาวจีนอย่าได้หลงผิดเช่นตัวเขา และเขายอมที่จะเปิดเผยตัวและเปิดเผยความชั่วช้าที่เขากล่าวหาแม่ของเขา และเรียกร้องให้มีการยิงเป้าแม่ของตัวเองซึ่งเป็นความทรมานใจของเขาจนกว่า ชีวิตจะหาไม่
การออกมาขอโทษในความผิดของพวกเรดการ์ดผู้ซึ่งปัจจุบันมีอายุตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไปแล้ว ยังคงหลั่งไหลมาออกทีวี.สารภาพความชั่ว ความผิดพลาดของตนครั้งยังเยาว์และทรมานใจคนพวกนี้มาชั่วชีวิต เขาต้องการขอโทษและประจานตัวเองต่อสาธารณชนในเหตุการณ์เมื่อ 40 กว่าปีที่ผ่านมาแล้วอย่างสำนึกผิดอย่างสุดซึ้งแล้ว
นอกจากนี้ นายเฉิน เสี่ยวลู่ บุตรชายของวีรบุรุษในสงครามปลดแอกพลเอกเฉินหยีได้ออกมาประจานตนเองทาง โทรทัศน์ถึงการที่เขานำพวกเรดการ์ดเข้าจับครูและผู้บริหารของโรงเรียนมัธยม ในกรุงปักกิ่งมาประจานและทรมานในสมัยปฏิวัติวัฒนธรรมแล้ว เขายังได้รวบรวมอดีตเพื่อนนักเรียนเรดการ์ด 14 คน กลับไปโรงเรียนเดิมของเขาและจัดงานเลี้ยงขอโทษแก่บรรดาครูและผู้บริหาร โรงเรียนอย่างเป็นทางการอีกด้วย
ครับ ! แฟชั่นการออกมาขอโทษทางโทรทัศน์ของพวกอดีตเรดการ์ดคงจะมีต่อเนื่องไปอีก นานทีเดียว เพราะทั้งจำนวนเรดการ์ดและเหยื่อนั้นมีจำนวนเป็นสิบๆ ล้านคน คงจะยังต้องขอโทษกันอีกเป็นปีละครับ
ว่าแต่คนไทยเถอะครับ เห็นยุให้ฆ่ากันเองทั้งบ้านทั้งเมืองตอนนี้ ไม่กลัวว่าในอนาคตจะมานั่งร้องไห้เสียใจร่ำร้องที่จะขอโทษกันเป็นปีๆ กันหรือ ?
โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์
ขอขอบคุณ ภาพและบทความ "แฟชั่นขอโทษของจีน "
จากมติชนรายวัน 13 พ.ย. 2556
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น